Tag: หงส์แดง

18 แต้มที่หายไปของ หงส์

Published / by admin

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก กลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าทำไมถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะกลุ่มกรุ๊ปข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่ทีแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่ว่ามันบ่อยมากมากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงยกย่องถึง ดิว็อค โอริกี้ ฉับพลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูว่ากล่าวนโญ่เจ็บป่วยตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่ต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นทรงกลมตอบข้อสงสัย ถึงกระนั้นก็ยังมีคนไม่รู้เรื่องว่าทำไมต้อง โฌแอล มาว่ากล่าวป ทำไมต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ ทำไมไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมเพียงแค่มองว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในขณะที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งหายมาคงจะยังไม่เหมาะสมกับเกมชนิดนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกแบบงั้น'' ฟังแล้ว ตกผลึกเหมือนกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความมุ่งมาดได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นยังไงก็นำเอาความเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อไตร่ตรองจากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลที่ผ่านมา
2. ถ้าเกิดสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมอย่างนี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกอย่าง เนื่องมาจากมันเสมือนทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดามั่วๆไป
3. ในขณะที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมทว่าเวลาก็ยังเพียงพอเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที ทำไมครับผม เขาถึงคงจะนิ่งที่จะปรับปรุงแก้ไขสถานการณ์ มีสิ่งใดดลบันดาลให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูลำดับที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของกลุ่มท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอว่ากล่าวฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ 6-3 ที่เราดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างนี้'' การเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ มีผลเสียแน่ๆฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งกลุ่มชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) ถึงกระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ช่วงหลังลงมาเร่งเครื่องจนถึงบดออกนำไปเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าเกิดรักษาสกอร์ไม่ได้ ก็ต้องกระหน่ำเพิ่ม ทว่าสมาคมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งการสันนิษฐานว่ากลุ่มของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่ว่านี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาพยายามเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่คอยฉวยความผิดพลาดเข้าจู่โจมเช่นอาทิเช่นลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างนี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียท่าติดอยู่รังต่อสวอนซี 2-3 ในขณะที่อุตสาห์ฮึดเสมือนกลับมาได้แล้วและแน่ๆที่เดอะ ค็อปคงจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นเดือนธันวาคม ปัญหาคือทำไมคุณถึงเก่งจังกับกลุ่มใหญ่ แต่ว่ามักป้อแป้กับกลุ่มเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่ต่อสู้กรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ว่ารู้มั้ยครับผมว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 กลุ่มข้างล่างของตารางลงไปเป็นยังไง 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ ซิตี้ ถ้าเกิดเพียงพอพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงเพื่อนข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบจะชูขันหมากเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเคลื่อนสายตามองสเปอร์สซึ่งกำลังบีบคั้นเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาคดโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำซ้ำเติมว่าทำไมสองปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงนำเอามาตรฐานป้วนเปี้ยนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนอาจคลอดสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมเพียงแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและแมนฯ ยูไนเต็ดใช่ครับผม คือเรื่องธรรดาที่ทำความเข้าใจกันได้ ทว่าเมื่อถึงแมตช์ที่ต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกยี่ห้อไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ปัดกวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกรุ๊ป 8 กลุ่มด้านล่างของตาราง โดยทำตกหายไปเพียงแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าถ้าออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อพบกลุ่มใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับกลุ่มที่เหลือ มิฉะนั้นก็ต้องมานั่งพรรณนาความทุกข์กัน เนื่องจากกลุ่มเล็กมีเยอะแยะกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 จากทั้งปวง 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ใครก็ตามมาเจอก็มักจะฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมาคอยเล่นงาน เนื่องมาจากคล็อปป์นิยมให้ลูกทีมคุมโซนมากยิ่งกว่าตามติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบจะไม่ต่างอะไรกัน อย่างไรก็แล้วแต่ก็มีคนยกหัวข้อว่าประสิทธิภาพของกลุ่มวัดกันตรากตรำ เนื่องจากยุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกสิ่งของกลุ่ม มาถึงยุคนี้แบ่งภาระหน้าที่กระจัดกระจายมากยิ่งกว่ายังไงก็ดี ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดการบรรลุผลตลอดมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก แต่ว่าก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 คราวตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีการพรีเซนเทชั่นรูปแบบแจ่มชัด มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูว่ากล่าวนโญ่, ฟีร์มีโน่ และมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ว่าเชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับกลุ่มที่มี เฟร์นานโด โคนร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เหมือนกันกับกลุ่มที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปัญหาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างนี้ครับผม ''ผมอยากเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงใหม่และมีผู้เล่นสำรองชดเชย ผู้เฝ้าประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวริมเส้น และกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะมองเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มชูแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ดีว่ามีแค่ไหนกัน ต่อมาถ้าติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะเดาหัวใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พึงใจต่อกลุ่มที่มีพอควร ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วโอกาสที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเท่าไหร่ก็คงจะขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดจบชั้นเท่าไหร่ในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม และโบโร่
ถ้าเกิดเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตว่ากล่าวโน่ก็คงจะลูบปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะพิพากษาผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เพราะ ภายหลังจากได้คุมเต็มกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรให้เกรดที่เท่าไหร่กัน 18 แต้มที่หายไป… ต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาเพียงแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เนื่องจากถ้าทำได้ตอนนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ลำดับที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียง 3 แต้ม

4 วิธีดึงหงส์จากหล่ม

Published / by admin

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในเวลานั้น ถ้าเกิดเป็นคนไข้ติดเตียง อาการมีแม้กระนั้นทรงกับทรุด
แพ้ติดอยู่บ้านสองนัดติดต่อกัน ทั้งที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแวววาวด์ลี่ พรีเซนต์ กระหยิ่มใจพรีเซ็นท์ผลงานไร้ปราชัยในแอนฟิลด์ ยาวนานผ่านปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความปราชัยที่เลิกทางไปเวมบลีย์ เนื่องจากไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้"
แม้กระนั้นใจความสำคัญที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูล จากความมีชัยเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ นับจากออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนคงพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความคิดความสามารถหาทางออก เนื่องจากในเมื่อสถานการณ์ไม่ดีมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน และผลักทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกทีผมสะสมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงคิดได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกต้นแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และกรรมวิธีการให้ต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในตอนที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เนื่องจากจนถึงตอนนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่ทีมเดียวจาก 7 นัดหมาย และจำต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ่มกระจ่างว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจำต้องเสมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวประกบออกมาจากตำแหน่ง และเปิดช่องให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมากระทำการจะสังเกตได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ปรปักษ์ให้ฉีกขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้าก้อนเมฆไปด้วยเมื่อกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังซุกซนยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ และขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แม้กระนั้นตลอด 45 ท้องนาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วยซ้ำ เนื่องจากการแก้แบบหนึ่งมักนำไปสู่ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมด้านขวายังบอดอย่างเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นได้ดีระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเขาควรจะหามความมุ่งหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนถึงครึ่งหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูว่ากล่าวนโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างช่องทางได้มากขึ้นเรื่อยๆ และควรจะเห็นสกอร์อย่างน้อยๆ1-2 ประตู
เป็นอีกทีต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 และเมื่อไม่ได้เรื่องถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจำต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลมิได้เริ่มด้วยผล 0-0 นะครับ แม้กระนั้นตาม 0-1 จากครั้งแรก แล้วเพราะเหตุไรถึงปลดปล่อยให้ตนเองเหลือเวลาแค่ 45 นาทีในที่สุด
2. นอกจากความเคลื่อนไหวในสนามแข่งขันแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์อาจจำต้องปรับกระบวนการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยวิเคราะห์ในช่วงซัมเมอร์ ว่าจากการศึกษาเกมนัดหมายชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีย่า เขาเห็นนักเตะหงส์แดงเหี่ยวปลาย เร่งไม่ขึ้นในครึ่งหลัง
เช่นเดียวกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, ประเทศเกาหลีใต้ และรัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นกึ่งพยากรณ์ในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมและการฝึกฝนที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะก่อให้ลิเวอร์พูลทุกข์ยากลำบากในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางบุคคลส่ายหน้าไม่เชื่อแม้กระนั้นหลังเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ บอกว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักเตะมองล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง และแพ้หลายครั้งขึ้นในการฉกฉวยบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัดหมาย ที่เห็นนักเตะลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เสมือนในตอนแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม และจัดว่ากดดันทีมเยี่ยมได้พอสมควร
แม้กระนั้นก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่สม่ำเสมอ เสมือนจะบีบได้แล้ว แม้กระนั้นในที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักเตะจำต้องถูกตั้งปัญหาว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนถึงหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงยอมรับเถอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่เพียงพอจะประมือกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองผู้ใดกันแน่ แม้กระนั้นอย่างที่เห็นเมื่อเกมไปสู่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม และคล็อปป์เกือบจะไม่ขยับเปลี่ยนตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนช้าเกินความจำเป็น แทนที่จะเปลี่ยนตั้งแต่ออกสตาร์ตครึ่งหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์อาจไม่มั่นใจว่าผู้เล่นสำรองจะดำเนินการได้ดีกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักเตะใหม่ในช่วงม.ค. อาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ และเขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันมิได้หาซื้อกันกล้วยๆเสมือนที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่าง
แม้กระนั้นถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกลาง บางคราวข้อจำกัดบางข้อ ของดีราคาไม่แพงเกินความจำเป็นก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีกว่าปลดปล่อยให้ตายไปต่อหน้า
4. ทำทุกๆอย่างอย่างเดิมเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่กำลังจะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปออกศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพมิได้แดกดันนะครับ และผมคงไม่ใช่แฟนหงส์คนเดียวที่รอเช็กผลของเซเนกัล ด้วยความจริงใจต้องการให้ตกรอบแม้กระนั้นก่อนเวลาเลยด้วยซ้ำ ความมุ่งหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังยับเยินตั้งแต่ผ่านสองครั้งแรก เนื่องจากเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำประตูได้ทั้งคู่เกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆตระเตรียมเจอกับ "หมอปราบผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ มองตามหน้าเสื่อ เซเนกัลได้เปรียบอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวผ่านถึงเดือนกุมภาพันธ์