Month: May 2017

จอห์น เทอรี่ ไปไหนดี

Published / by admin

คงรับรู้กันเป็นระเบียบแล้วว่า จอห์น เทอร์ปรี่ จะกลายเป็น ''สมัยก่อน'' สำหรับชมรมเชลซีนับจากเริ่มฤดูกาล 2017-18 เป็นต้นไป
กระนั้นปัญหาที่ตามมาคือ (ว่าที่) สมัยก่อนกัปตันสิงโตน้ำเงินครามจะย้ายไปไหนดีล่ะ?
ข้อเท็จจริง "เจหน" น่าจะล่ำลารั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปตั้งแต่ตอนหมดซีซั่นที่แล้ว ก่อนได้ต่ออายุใช้งานเพิ่มเติมปีโดยนายใหม่อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้
ที่สุดทุกสิ่งกลับไม่เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เทอร์ปรี่ ได้ลงสนามเพียงแค่ 5 นัดหมายแค่นั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลปัจจุบันนี้ รวมทั้งเมื่อยังเหลือความกระหายหิวต้องการในวัย 36 ก็ควรต้องหาที่ลงกับต้นสังกัดใหม่
อ็อปชั่นที่ดูเข้าเค้าเหมือนจะมีอยู่ 6 ทางร่วมกัน

"ไชนีส ซูเปอร์ลีก" กลายเป็นชื่อแรกๆที่ติดหัวติดตาคอบอลทุกคนไปโดยปริยายเมื่อมีเรื่องราวย้ายสังกัด
เทอร์ปรี่ ก็เช่นกัน
ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนพยายามทุกวิธีทางเพื่อสร้างตัวเป็นขั้วอำนาจลูกหนัง เกมกีฬาเพียงอย่างเดียวก็ว่าพอดีพวกเขายังอ่อนด้อยในเวทีสุดยอด เพราะเหตุนี้จำนวนเงินมากมายก็เลยหลั่งไหลอยู่ในลีกพวกเขา
มิใช่เพียงแค่ดึงนักฟุตบอลบันปลายอาชีพมาเรียกกระแส ถ้าหากแต่ว่ายังสามารถดึงตัวท็อปในช่วงวัยพีคๆมาได้หลายต่อหลายรายแล้ว
คาร์ลอส เตเวซ, เอเซเกล ลาเวซซี่, ฮัล์ค คือตัวอย่างเรียกน้ำย่อย แต่ละคนฟันค่าจ้างติดอันดับต้นๆและไม่ต้องสงสัยว่าสมัยก่อนเซนเตอร์แบ็กกลุ่มชาติอังกฤษก็มีสิทธิ์ตามรอย
ก่อนหน้านี้บรรดากลุ่มเงินถังดินแดนมังกรเน้นเซ็นสัญญาเสริมทัพไปกับผู้เล่นตัวรุกหรือกองกลาง การมาของ เทอร์ปรี่ ก็เลยนับว่าเปิดตลาดใหม่ให้กองหลังบิ๊กเนมย้ายข้ามทวีปตามมา
เหนือสิ่งอื่นใด ชมรมไหนได้ลายเซ็นเจหนไปก็ตระเตรียมคอยรับรายได้เพิ่มทั้งจากการขายเสื้อ, โฆษณา รวมทั้งช่องทางลงทุนต่างๆอีกเยอะมากด้วย!
กลุ่มที่เข้าข่ายน่าสนใจสุดคงควรจะเป็น เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ภายใต้บังเหียนของ อันเดร วิลลาช-โบอาช สมัยก่อนนายจ้าง รวมทั้งมี ออสการ์ เพื่อนร่วมกลุ่มเก่าสังกัดอยู่ก่อนอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม มันมีข้อขัดข้องอยู่ตรงกฎของซูเปอร์ลีกบังคับให้ใช้งานนักฟุตบอลต่างประเทศได้เพียงแค่ 3 คนภายในแต่ละแมตช์ (เป็นเหตุผลที่ซื้อกันแต่ว่ามิดฟิลด์-กองหน้า) เลยต้องค้ำประกันให้ได้ว่าย้ายไปแล้วประกันตัวจริง

ข้ามน้ำข้ามสมุทรไปยังอีกซีกโลกมี "เมเจอร์ลีก" รออยู่ในนามแลนด์มาร์กยอดฮิตสำหรับหน้าแข้งสูงวัยดินแดนผู้ดี

เดวิด เบ็คหมูแฮม คือผู้นำเทรนด์ ย้ายจากเรอัล มาดริดมาเข้าก๊วนแอลเอ เอ็งแล็กซี่ เมื่อทศวรรษที่แล้ว ตามสมทบด้วย สตีเว่น พบร์ราร์ด รวมทั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งต่างก็พึ่งทยอยกันแขวนสตั๊ด

ลีกมะกันตอบปัญหาค่าจ้างของ เจหน ได้ไม่มีปัญหา ตามกฎ "ดีซิกเนเต็ด เพลเยอร์" อนุญาตให้มีนักเตะค่าจ้างเกินเพดานกลุ่มละ 2 คน ไหนจะใจความสำคัญไลฟ์สไตล์ สีสันนอกสนาม เทียบมุมไหนก็ดีแล้วกว่าไปเมืองจีน
ในในช่วงเวลานี้ มีอยู่ 3 กลุ่มที่เหลือช่องว่างรองรับ เป็นต้นว่า โคโลราโด ราปิดส์, ฮุสตัน ไดนาโม รวมทั้ง ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน

ก็เป็นไปได้เช่นกันที่จะย้ายมาขุดทองคำตามรอยสมัยก่อนเพื่อนร่วมกลุ่มชาติอังกฤษ ก่อนประกาศแขวนเกือกในอนาตอันใกล้
บางครั้ง "เซเรีย อา" ก็นับเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจพอได้ ตามทรงบอลซึ่งว่ากันว่า "ช้า" ที่สุดในกรุ๊ปลีกท็อปยุโรป อีกทั้งเน้นแท็กติกเกมรับน่าจะเข้าทางสำหรับ เทอร์ปรี่ ในช่วงปลายอาชีพแบบนี้

เอซี มิลาน รวมทั้งอินเตอร์ มิลาน 2 ยักษ์หลับร่วมเมืองคืออ็อปชั่นเหมาะสุด วิน-วินทั้ง 2 ข้าง นักฟุตบอลได้เกมเป็นประจำ ฝั่งต้นสังกัดจับตัวได้ประสบการณ์รอเป็นต้นแบบให้แก่กองหลังอายุน้อยในกลุ่ม

กลเม็ดเด็ดพรายอ่านเกมของ เจหน น่าจะชนะใจแฟนบอลไม่ยาก ถ้าหากแต่ว่าปัญหานั้นอยู่ที่ค่่าว่าจ้างแพงใช่ย่อยกับหน้าแข้งวัยเกินหลักสาม เวลานี้กลุ่มมันมิได้อู้ฟู่เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ต่อเมื่อ "ต่างถิ่น" ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แล้วจะย้ายไปไหนดี?
อัพเดตอัตราพูลบริษัทแทงพนันถูกตามกฎหมาย (เป็นวิทยาทาน หาใช่แนะนำไม่) ส่วนใหญ่ยกให้บอร์นมัธนั่งแท่น "เต็งหนึ่ง"

กลุ่มเล็กๆดินแดนใต้ในปริมาตรสนามเพียงแค่ 11,464 ที่่นั่งเนี่ยนะ?

ดูก่อนคุณผู้ชม…ทุกสิ่งมันมีเหตุมีผลในตัวมันเอง

ย้อนไปไม่ไกลช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเมื่อม.ค. บอร์นมัธได้ตกเป็นข่าวสารโยงกับ เจหน มาก่อนแล้วรอบหนึ่ง

อีกเหตุผลเกื้อหนุนคือตัวของกุนซือ เอ็ดดี้ ฮาว อายุยังน้อยแต่ว่าสั่งสมบารมีดีพอสมควร สามารถชักจูง "บิ๊กเนม" อย่าง แจ็ค วิลเชียร์ หรือกระทั่ง มักซ์ กราแดล ซึ่งครั้งหนึ่งเนื้อหอมหลายสโมสรุมตอมก็ด้วย

นอกนั้น เซนเตอร์แบ็กยังเป็นตำแหน่งที่กลุ่มเชอร์รี่ส์ควรต้องเสริม ค้ำประกันแน่นอนว่าย้ายไปได้เล่นแน่ รวมทั้งยังช่วยยกระดับชมรมอีกขั้นในทางการตลาดนอกสนาม

ขยับมา "เต็งสอง" เชิญชวนเซอร์ไพรส์ไม่แพ้กันในชื่อของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

ซีซั่นนี้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ถูกกล่าวขาานในทางบวกมากยิ่งกว่าลบ หลังจาก โทนี่ พูลิส ทำทีมบินสูงถึงชั้น 7 อยู่พักใหญ่

กระทั่งช่วงหลังๆชักแผ่วๆปลายอันเป็นปัญหาประจำเป็นประจำของชมรมกลางลุ้นตั๋วยุโรปก็ไม่ใช่ หนีตกชั้นก็ไม่เชิง

แต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนมือเจ้าของชมรมในซัมเมอร์ปีที่แล้วได้มาพร้อมจุดหมายใฝ่สูงกว่าเดิม

เคสเจหน-แบ็กกี้ส์ก็คล้ายกับลีกจีน เพราะเจ้าของใหม่เวสต์บรอมวิชก็คือ กว๋อเชิญชวน ไหล เจ้าสัวดินแดนมังกรนั่นเอง!

กรรมวิธีไต่เต้าอย่างเร็วที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเซ็นสัญญานักฟุตบอลบิ๊กเนมช่วยสร้างเสริมราคาการตลาดFun88รวมทั้งความโด่งดังในเวทีโลก

เปรียบให้เห็นเหมือนกันก็เหมือนเชลซีสมัย 1990 จับตัวได้ รุด กุลลิต, จานลูก้า วิอัลลี่ รวมทั้ง จานฟรังหรูหรา โซล่า เข้ามาสร้างกระแส เสมือนจุดเริ่มแรกอาณาจักรความสำเร็จในทุกวันนี้

สถานภาพเวสต์บรอมวิชยังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่ว่าทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ในวงการบอล

20 ปีที่แล้วคนใดกันแน่ฟันธงว่าเชลซี, แมนฯ ซิตี้ จะยิ่งใหญ่คงถูกกล่าวหาบ้าไม่ก็ฟั่นเฟือน!

ก่อนเริ่มต้นฤดู 2015-16 คนใดกันแน่กล้าเชื่อมั่นเลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดแชมป์ลีก?

อีกอย่างที่ดีลซบแบ็กกี้ส์มีแววเป็นจริงคือการได้ร่วมงานกับ พูลิส โค้ชผู้เน้นฐานรากเกมรับ รวมทั้งชอบใจร่วมงานหน้าแข้งสูงวัยมีบุคลิกลักษณะผู้นำ

เจหน พกคุณลักษณะทุกสิ่งตรงสเป็กเลย!

ในกรุ๊ปกลุ่มเต็งมีอีกชื่อสะดุดตาขึ้นมากับเวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด

สังเกตกันมั้ยขอรับว่า เทอร์ปรี่ มักแฟนบอลขุนค้อนโห่ใส่่ บางทีอาจไม่เท่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในฐานที่รู้เรื่อง แต่ว่าก็น่าสงสัยว่าเพราะเหตุใด?

เรื่องของเรื่องคือกองเชียร์แฮมเมอร์สส่วนใหญ่ยังคงผูกใจเจ็บที่เจ้าตัวชิ่งกลุ่มเยาวชนเวสต์หมูแฮมไปเชลซีตั้งแต่อายุเพียงแค่ 14 ขวบ

อย่างไรก็แล้วแต่ กำแพงหลังวัย 36 น่าจะเป็นกำลังเสริมที่ตรงจุดสำหรับเวสต์หมูแฮม กลุ่มที่พกปัญหาหลังรั่วมาตลอดซีซั่นปัจจุบันนี้

ถึงแม้ว่าจะมีตัวดีกรีกลุ่มชาติทั้ง โชเซ่ ฟอนเต้, วินสตัน รีด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า หรือ เจมส์ คอลลินส์ ก็ไม่ช่วยอะไร รวมทั้งแน่ชัดว่า เจหน เหนือกว่าทุกรายนามที่เอ่ยมา

เดวิด โกลด์ รวมทั้ง เดวิด ซัลลิแวน เจ้าของร่วมของเวสต์หมูแฮม พยายามยกระดับชมรมให้สมกับสนามใหม่ใหญ่มโหฬารโอ่อ่า การเซ็นสัญญา เทอร์ปรี่ ก็เลยนับว่าน่าสนใจทีเดียว

เหนือสิ่งอื่นใดย้ายมาเวสต์หมูแฮมยิ่งสบายแก่สมาชิกในครอบครัว ไม่ต้องย้ายบ้านย้ายที่อยู่ฐานเสียเวลาปรับพฤติกรรมอีก

มีเรื่องมีราวผูกใจเจ็บกับแฟนบอล แต่ว่าของแบบนี้มันเปลี่ยนกันได้ เมื่อไม่นานเวสต์หมูแฮมมีข่าวสารโยงกับ พบร์เมน เดโฟ มองเห็นดี๊ด๊ากันใหญ่ พร้อมยกโทษรวมทั้งลืมคดีที่เคยทิ้งกลุ่มหลังตกชั้นปี 2004

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

Published / by admin

ถึงทุ่งนาทีนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งนั้น 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งสิ้น 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนหมดสิ้นขนาดนี้ จัดว่าจำนวนมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยสูงอายุผู้นี้ถูกหยามจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะเจอกับความยากลำบากที่สุดในอาชีพการค้าหน้าแข้ง เนื่องจากว่าที่นี่คือพรีเมียร์ลีก – สนามรบหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและก็เอาจริงเอาจังบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครที่เคยดูหมิ่นเขาเอาไว้ดูเหมือนกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ทีนี้ลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับผม) โดยเอาผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำคะแนนหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ทำนองว่าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นยังไงนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
เห็นไหมครับผมว่าหากพี่แกไม่ยิงหรือยิงไม่ได้ คะแนนของกลุ่มสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตกาลดาวยิงกลุ่มชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แม้กระนั้นถ้าหากพี่แกยิงไม่ได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 และก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่คือจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นประเภทห้ามป่วย ห้ามพัก และก็ห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เนื่องจากว่าเวลาหายไป ไม่ได้ลงสู่สนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่แกอย่างต้องหนัก เฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายอย่างไรอย่างไรก็แล้วแต่ จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากว่าการมัดขาดทำคะแนนให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะเพียงคนเดียวบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" กระหน่ำได้สูงสุดคือ 15 ประตู รองลงมาคือ ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล และก็มาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ช่วงเวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งจะยิงได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูเหมือนกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงอกเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากเสียด้วยครับผม
คือหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต ยกเว้นบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากได้ให้พักน่องหรืออยากได้จัดผู้เล่นชุดสองลงสู่สนามบ้างที่สำคัญคือหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตนไม่เป็นประโยชน์ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีวันสลับตัวเขาออกมาจากสนาม ประหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเป็นเพียงแค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตนเอง ดาวเตะที่เพื่อนร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้ห่วยแตกสิ้นดีครับผม ขนาดฆ่าจุดโทษยังโดนเซฟเลย ราษฎรก็เห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปล่อยให้คุณพี่เขาประพฤติตนไร้ประโยชน์บนฟลอร์หญ้าจนครบ 90 นาที โดยเลือกถอดบุคคลอื่นออกแทนซะแบบงั้น
เข้าใจว่าทั้งคู่น่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เนื่องจากว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงอกเกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษและก็พจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" บางทีอาจไม่ได้คิดต้องการจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่ตอนแรก แม้กระนั้นเป็นเนื่องจากว่าถูกนายจ้างเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ร้องขอ หรือบางทีอาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยตูดมาอยู่ร่วมกันที่โรงละครที่ความฝัน
โน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าทำไม กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงอกเกรงใจลูกทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนหากเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนติดจนเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จึงไม่มีความแตกต่างจาก "สิทธิพิเศษชน" ในกลุ่มภูติผีปีศาจสามง่าม ซึ่งจัดว่าผิดหลักการปกครองอย่างหนัก เพราะเหตุว่าบางทีอาจทำให้เกิดปัญหาการรู้สึกอกน้อยใจขึ้นในกลุ่ม
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการกลุ่มที่มีความเด็ดขาดมากครับผม เขาไม่มีวันปล่อยให้ลูกทีมยิ่งใหญ่กว่าตนเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองกลุ่มอย่าง "เสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดยัดเยียดสุดยอดดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้เก๋ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าจะต้องส่งลงสู่สนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ขนาดเป็นเหตุให้ผู้จัดการกลุ่มกับผู้ครอบครองกลุ่มจะต้องแตกหักกัน
ดาวกระหน่ำตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้เก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็เช่นเดียวกันที่ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษพิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตนเองเลยโดนลูกทีมหักหลังจนโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการกลุ่มมาแล้ว
และก็โดยไม่เว้นแม้แต่ลูกทีมในขณะนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้นจะมาหายใจด้วยกันอีกทีในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงและก็ทุ่งนาทีนี้ แม้กระนั้นถ้าหากพิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" คือผู้เล่นคนแรกที่มักจะถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เป็นประจำ
จึงเพียงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้ลูกทีมคนไหนกันแน่ ยกเว้น "พี่หลา" เพียงคนเดียวที่จัดอยู่ในประเภท "ห้ามแตะ" เป็นกรณีพิเศษ
ผมเข้าใจ โชเซ่ มูรินโญ่ ครับผม เข้าใจว่าเฮียแกคงมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ราษฎรทั่วๆไปไม่เคยรู้ หรือครั้งคราวมันบางทีอาจเป็นข้อตกลงพิเศษที่ระบุเอาไว้ในข้อตกลงที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันบางทีอาจเป็น "ข้อตกลง" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรประมาณนั้น
ปัญหาคือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระทุ้งตาข่ายได้ตลอด
หลายครั้งที่เขาหวงบอลมากเกินไป หลายครั้งที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก และก็หลายครั้งที่ออกอาการหงุดหงิด หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนร่วมกลุ่มที่ดันเล่นไม่ถูกใจ
เช่นเดียวกับบางนัดหมายที่สมต้องเป็นผู้เล่นสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงเดี๋ยวนี้ "อิบรา" ยังไม่ได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับผม แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ อย่างไรสภาพร่างกายก็จะต้องเสื่อมโทรมลงไปตามธรรมชาติ จึงไม่มีวันรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนเท่านั้นไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าอย่างไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวกระหน่ำประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่นอน
ถ้าหากอยากยืดข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี ครั้งคราว "เฮียหลา" บางทีอาจจะต้องเห็นด้วยเรื่องจริงข้อนี้ เช่นเดียวกับยอมรับสภาพการดำเนินชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากบุคคลอื่นคำถามคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นผู้เล่นสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับผมว่า…ไม่มีวัน ดาวเตะที่โอหังและก็วางท่าอย่าง "อิบรา" ไม่มีวันยอมเป็นที่สองรองคนไหน – มันจึงหลงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 โอกาสแค่นั้น